counter 5,086

Up diary Me in Bath before the big adverture!!!

วันที่ 17


 


โย้วๆๆๆ หายไปหลายวัน คิดถึงกันบ้างมั้ย?? (ไม่เห็นมีใครทวงเลยว่าทำไมไม่เขียนต่อ)


 


จริงๆ หายไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่แบบว่า... ขี้เกียจ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ


 


 


วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีเรียนตอนเช้าแล้ว วิชาเช้าวันจันทร์ย้ายไปวันพุธเช้าแทน ก็เลยว่าง ก็เม้าท์ (แชท) กับเพื่อนๆ เรื่องที่ดงบังชินกิมาไทย เพื่อนไปดูกันมากมายหลายคน ฝนก็ตกฟ้าก็ร้องแต่เพื่อเทพ ไม่มีใครหวั่น (แม้วันมามาก) นั่นแหลๆ เพื่อนก็เล่าๆ หล่องั้นหล่องี้ มีรูปเริปก็ส่งมาให้ดูกัน เม้าท์กันกระจายเล่นเอาข้าพเจ้าเกือบลืมเวลาไปเรียน วิ่งออกจากหอไปตอน 11.55 ได้ข่าวว่าเรียนเที่ยง วันนี้หมวยไม่มาตามด้วยอ่ะ เลยแบบว่าแชทเพลิน


วิ่งไปเรียนก็โทรไปหาเบนก่อนให้จองที่นั่งให้ด้วย เอาริมๆ เพราะว่าไปสายชัวร์


 


วิ่งตะล๊อกต๊อกแต๊กมาจนถึงห้องเรียนเล่นเอาเหงื่อแตกเลยอ่ะ แล้วก็แบบว่าอาจารย์ยังไม่มา เหอๆ จะมาช้าก็ไม่บอกจะได้ไม่ต้องวิ่ง อาจารย์มาช้าไป เกือบ 15 นาทีได้นะ รู้งี้เดินมาชิวๆ ก็ถึงก่อนอาจารย์แล้ว


 


เรียนๆ ไปก็มึนๆ หน่อย วันนี้เรียนไฟแนนซ์แขกก็ฟิตสอนใหญ่เลยอ่ะ จดมาได้ตั้งหลายหน้า แล้วก็.. เรียนเสร็จก็กลับมาห้อง


 


จี๊ปน้องคนไทยอีกคนอ่ะ ไม่สบาย วันอาทิตย์ก็บ่นๆ ว่าปวดท้อง ปรากฏว่าวันนี้ (วันจันทร์) ไปเรียนกลับมาก็บอกว่าปัสสาวะเป็นเลือด ตกใจกันมาก ก็แบบว่าปลอบๆ ว่าเช้าแล้วค่อยไปหาหมอไรงี้อ่ะ เพราะว่าตอนนั้นมันก็เย็นแล้ว ก็ถามๆ ว่าปวดท้องแบบไหน ไรงี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรไง (แต่ว่าตอนนี้รู้แล้ว หมอบอกว่ากระเพราะปัสสาวะติดเชื้อ จริงๆ ก็เหมือนหมอก็เดาๆ ว่าเป็นแบบนั้น เพราะว่าตรวจฉี่กับจับท้องแล้วมันไม่เจ็บ ก็เป็นอันว่าเอายาแก้อักเสบมากินเพิ่ม)


 


วันจันทร์ก็ผ่านไป


 


อ่อ ไม่ผ่านไปเปล่าๆ แอบไปถอยมือถือมาอ่ะ คือว่าอย่างที่บอกว่าที่นี่ถ้าทำสัญญากับค่ายมือถือเป็น 12 เดือน หรือว่า 18 เดือนก็จะได้เครื่องมาใช้ด้วยเลย ก็เลยลังเลไง เพราะว่าเอามาแต่ซิม ก็เสีย 20 ปอนด์ต่อเดือน ถ้าเอาเครื่องด้วยเสีย 25 เองอ่ะ เพิ่มมาเดือนละ 5 ปอนด์ ได้มือถือใหม่อ่ะ เหอๆ ความงก (บวกความอยากได้โทรศัพท์) เข้าครอบงำ ก็เลยเข้าเมืองไปถอยมาเลย ก็เป็น O2 รุ่น Cocoon เพิ่งออกได้ไม่นาน สีขาว รายละเอียดรุ่น และหน้าตาโทรศัพท์ เชิญจิ้ม http://www.siamphone.com/catalog/o2/cocoon.htm


 


 


เป็นไง สวยเนอะ อิอิ


 


กลับมาห้องก็ไปเรียนภาษาอังกฤษไวยากรณ์อ่ะ ก็น่าเบื่อนิดหน่อย แต่เรียนเรื่อง a, an, the (ครูค่ะ ทำไม an ไม่มีตัว d ล่ะค่ะ??) ก็ยากอ่ะเรื่องนี้อ่ะ แบบว่าเรียนมากี่ปีก็ยังทำแบบฝึกหัดไม่ถูกทั้งหมดอ่ะ เหอๆ เรียนเสร็จกลับมาห้องก็อ่านบทความต่อ หินมากเลยอ่ะ บทความอาทิตย์นี้ต้องอ่านสองบทความ แล้วก็อ่านไม่รู้เรื่องด้วย มันยากอ่ะ


 


คราวที่แล้วอ่านจบนะ เพราะว่าสั่งอันเดียว แต่ว่าอาทิตย์นี้สั่งสองอันแล้วแบบว่ายากอ่ะ อ่านไม่ทันแน่ๆ (วันนี้ไปเรียนมาแล้ว อ่านไม่ทันจริงๆ ด้วย)


 


วันอังคาร


 


ก็ไม่มีอะไรมากก็ไปเรียนกับกรีก กรีกก็สั่งงานแล้ว เพราะว่าอีก 5 อาทิตย์จะมีสัมมนาวิชาของกรีกแล้ว ก็ให้ไปเตรียมๆ มาว่าต้องทำอะไรบ้าง


 


แล้วก็ไปเรียนภาษาอังกฤษมาด้วย เรียนเรื่องการเขียน ก็สอนๆ อ่ะว่าจะต้องร่างเตรียมเรื่องที่จะเขียนยังไงไรแบบนี้อ่ะ


 


แล้วก็เร่งๆ อ่านบทความ


 


วันนี้ วันพุธ วันเรียนสุดท้ายของสัปดาห์นี้


เช้ามาก็รีบไปเรียนเลย แบบว่าตื่นเกือบสายด้วยอ่ะ เพราะว่านอนดึกอ่ะ เร่งอ่านไอ่บทความอ่ะ


 


คือว่าอ่านช้าอ่ะ อ่านไม่เข้าใจเลยอ่ะ เห็นแต่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษผ่านหน้าไป อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่ามันยังไงกันหรอ แบบว่าที่เคยช่วยเพื่อนแปลอ่ะ มันยังสั่นกว่านี้เลยอ่ะ แล้วอ่านของเพื่อนนะ ขนาดเป็นเรื่องแบบว่าวิทยาศาสตร์นะ ยังพอเข้าใจเห็นภาพบ้างอ่ะว่ามันหมายถึงอะไร แต่นี่อ่านเรื่องที่ตัวเองต้องเรียนวิชา HRM เนี้ย ไม่เห็นจะเข้าใจ นึกภาพตามไม่ออกเลยอ่ะ


อ่านไม่รู้เรื่องอ่ะ ว่างั้นเหอะ ก็สรุปๆ ออกมานะ แต่ก็แบบไม่รู้เรื่องไง อ่านแล้วเห็นเป็นจุดๆ ในหัวอ่ะ ประเด็นนั่นประเด็นนี้ แต่ว่าไม่เข้าใจประเด็นนั้นๆ เลยอ่ะ


 


วันนี้ไปเรียนก็วิชาตอนบ่ายไม่มีคนมาสอน อืม ดีเนอะ วิชานี้ Dissertation มันก็เหมือนๆ จะหาวิทยากรมาจากหลายๆ สาขาอ่ะ เตรียมตัวพวกเราให้พร้อมกับการทำ Dissertation


อ่อ เล่าหน่อยว่าวิชาตอนเช้าอ่ะ มันคือวิชา Practice and Theory แล้วทุกทีอ่ะก็คือว่าอาจารย์อ่ะ ก็ไม่ค่อยเห็นจะเข้าเรื่องนี้เท่าไหร่เลยนะ ออกแนวๆ เรียนปรัชญามากกว่า วันนี้เปลี่ยนแนวเป็นวิชาการแสดงแทน อาจารย์พูดถึงเรื่อง Injustice แล้วก็ให้จับกลุ่มเล่ากันว่าเรื่องที่ไม่แฟร์ (Injustice) ที่เกิดขึ้นกับตัวเราอ่ะมีไรบ้าง ให้เวลาคุยกัน คุยกันเสร็จอาจารย์ก็ขออาสาสมัครให้ไปเล่าหน้าห้องบรรยาย จุคนได้ประมาณ 500 อ่ะ ก็มีแขกออกไป


มันก็เล่าฮาๆ อ่ะนะว่ามันไปทำงานที่ซุปเปอร์แล้วทำงานกะกลางคืนพวกจัดของใส่ชั้นอ่ะนะ แล้วก็มีคนสูบบุหรี่ในที่ทำงาน ทำให้โดนไล่ออกกันหมดเลย มันก็เล่าแค่นี้อ่ะ แล้วอาจารย์ก็ขออาสาสมัครอีกให้ไปเล่นละครเหตุการณ์สมมติเรื่องวันที่ไอ่แขกนี่โดนไล่ออกจากงาน ก็มีเพื่อนๆ มันอ่ะแหละที่ออกไปแล้วก็เล่นๆ ไป เล่นไปเล่นมาไอ่แขกมันก็บอกว่าคนที่สูบบุหรี่อ่ะมันเอง (แล้วมาเล่าตอนแรกซะเหมือนจะน่าสงสารเลย) ก็เล่นกันขำๆ ฮาๆ ไป อาจารย์ก็แบ่งๆ แถวในห้อง ให้ช่วยๆ กันแนะนำว่าจะพูดยังไงไม่ให้โดนไล่ออก ไรแบบนี้อ่ะ


 


ก็ยังงงๆ อยู่นะว่ามันเกี่ยวกับวิชานี้ยังอ่ะ แต่ว่าก็เป็นวิชาที่ไปเรียนแล้วสนุกดี


 


เล่าข้ามมาตอนบ่ายเลยนะ วิชา HRM (วิชานี้เป็นวิชาเดียวที่เรียนแล้วเหมือนได้เรียน) อาจารย์ก็สอนก่อน ที่จะให้แบ่งกลุ่มไปอ่านกรณีตัวอย่างแล้วก็ให้ถกกันว่าบทความที่ให้อ่านไปสองอันอ่ะ จะเอาไปใช้ยังไงได้บ้าง งานนี้พวกเราคนไทย (วันนี้มาเรียน 4 คน) ตัดสินใจว่าเพื่อความอยู่รอดของกระเหรี่ยงแล้ว เราควรแยกย้ายกันไปอยู่กับเจ๊กกับแขกจะดีกว่า เพราะว่าไม่มีใครอ่านรู้เรื่องเลย บางคนก็อ่าน บางคนก็ไม่อ่าน แบบว่าแย่ไม่ต่างกัน


ก่อนจะแยกย้ายกันไป อาจารย์ก็ให้ดูข่าวจากบีบีซี เรื่องที่มีคนตายเพราะว่าไปรักษาตัวที่รพ. แล้วไปโดนแมลง แบบพวกตัวไร ไรงี้อ่ะมั้งกัดแล้วตายอ่ะ เป็นคนแก่ซะส่วนใหญ่อ่ะ ดูข่าวก็กลัวแล้วใช่ป่ะ


อ่านกรณีตัวอย่างที่อาจารย์ให้มาน่ากลัวกว่าอีกอ่ะ คือนักข่าวบีบีซีคนนึงอ่ะ ปลอมตัวไปเป็นคนทำความสะอาดในรพ. (ไม่รู้ว่าอันนี้กับข่าวที่ให้ดูมันเกี่ยวกันรึเปล่านะ) แล้วก็ไปเห็นว่าคนทำความสะอาดในรพ.อ่ะ ซกมก แบบว่าทำไม่สะอาดเลย แล้วก็มีพวกคราบเลือดเกรอะกรังในห้องฉุกเฉิน (อย่าเพิ่งอ้วกนะ) แบบชุดหมอเปื้อนเลือดวางที่ไว้ตามทางเป็นชม.ๆ ไรงี้อ่ะ แล้วก็แบบอะไรที่มันสกปรกๆ อ่ะ อ่านแล้วแบบถ้าไม่จะตายนะ จะไม่ไปเหยียบรพ.ที่ประเทศนี้เด็ดขาดอ่ะ มันไม่ไหวอ่ะ มันประเทศเจริญแล้วนะ ทำไมมันซกมกกันงี้อ่ะ แล้วแบบว่าคนไปรักษาตัวที่รพ. แล้วได้แมลงอะไรไม่รุ้กลับมา แล้วตายอ่ะ ไม่ได้อยู่อูกันด้านะเฟร้ย นี่มันประเทศอังกฤษนะ ประเทศที่แบบว่าเจริญแล้วพัฒนาแล้ว แล้วก็ยังแบบว่ามีอาณานิคมมากมายก่ายกองอีกอ่ะ โอ้ยยยยยย บรื๋อออออ รับไม่ได้


 


อืม นั่นแหละ กลับมาเรื่องเรียน คราวนี้กลุ่มที่จับมีฝรั่งกับแขก (ตราบใดที่ยังเรียนที่นี่คงหนีแขกไม่พ้น) พอได้ถกกันแล้วก็ดีขึ้นนะแบบว่ามันทำให้จุดๆ ในหัวมันปะติดปะต่อกันมากขึ้นอ่ะ ก็ทำให้เห็นภาพอะไรมากขึ้น เรียกว่าเริ่มๆ เข้าใจเรื่องที่อ่านไปแล้วอ่ะ


 


เพิ่งรู้ว่าการถกเถียงกันบางครั้งมันก็ทำให้คนที่ไม่ค่อยมีปัญญาได้เห็นปัญญาขึ้นมาบ้าง






วันที่ 19


 


เมื่อวานวันที่ 18 ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็นั่งว่างๆ ล้างห้องน้ำ แล้วก็เข้าเมืองไปซื้อของกินมา


 


ตอนนี้ติดน้ำเต้าหู้ล่ะ น้ำเต้าหู้ที่นี่นะ ไม่มีกลิ่นเลยอ่ะ แล้วก็แบบว่าไม่ใส่น้ำตาลเลย


กินแล้วเหมือนกินนมอ่ะ แต่ว่ารสมันก็ไม่เหมือนนมเท่าไหร่ ว่าจะกินแทนนมเลยนะ แต่ว่าติดที่มันแพงกว่านมอ่ะ แบบนมปอนด์เดียว น้ำเต้าหู้ก็จะสองปอนด์ไรงี้


แต่ว่ากะว่าจะลองซื้อ House Brand พวกยี่ห้อเทสโก้มากินดูอ่ะ ถ้ารสชาติไม่เลวร้ายมากก็จะเปลี่ยนมากินยี่ห้อนี้ล่ะ ก็มันอร่อยกว่ากินนมอ่ะ คงเบื่อนมแล้วด้วยล่ะมั้ง


 


วันนี้ก็ไปหาผึ้งมา ไปกินข้าวแล้วก็ไปเดินไชน่าทาวน์ วันนี้ผึ้งพาไปร้านอาหารเกาหลี ก็ไม่แพงนะ จานละ 5-6 ปอนด์ ราคาโรงอาหาร (อะไรที่แพงกว่าโรงอาหาร จัดว่าแพง อะไรที่ราคาเท่ากับโรงอาหารถือว่าไม่แพง) ก็เป็นแบบร้านอาหารเกาหลี + ญี่ปุ่น


ผึ้งสั่งที่มันเป็นแกงร้อนๆ เผ็ดๆ หน่อย แอ๋สั่งทงคัตสึ ไม่กล้ากินอ่ะ อาหารเกาหลี เพราะว่ามันดูแบบว่ามีของดองๆ อ่ะ ไม่ชอบ


 


 


 


แล้วก็ไปซื้อมาม่าเกาหลีมากิน (มาม่าเกาหลีไม่ดอง เผ็ดๆ อย่างเดียว) อร่อยนะ อร่อยกว่ามาม่าไทยอีก เส้นก็อร่อยกว่า แนะนำให้ไปหาซื้อกินที่ไทยก็มีขายนะแอ๋ว่า เอาอันที่เป็นยี่ห้อเกาหลีอ่ะจะอร่อย ของญี่ปุ่นไม่อร่อยหรอก


 


 


กลับมาก็เย็นย่ำแล้ว


 


วันนี้ได้รับจม.จากแม่ ดีใจด้วยโอ้ปิดเทอมแล้ว แม่จะได้มีเพื่อนอยู่บ้านบ้าง จะได้ไม่เหงา


ฟุฟูพุงยุบแล้วหรอไม่ได้การแล้ว อิสราต้องเอาบ้าง


หลังจากไปวิ่งวันนั้น แล้วยังไม่ได้ออกไปวิ่งอีกเลยอ่ะ ทำไงดีอ่ะ ตอนนี้เริ่มหนาวแล้วด้วยอ่ะ ช่วงนี้ประมาณ 10-13 อ่ะ ตอนเย็นๆ ไม่ต้องพูดถึงเย็นเฉียบเลย ไม่ได้การแล้ว อิสราต้องทำอะไรซักอย่างแล้วไม่งั้นน้อยหน้าฟุฟู


แต่อย่าตกใจไปนะ น้ำหนักยังไม่ขึ้นนะ (ถ้าตราชั่งที่ซื้อมายังไม่เสียนะ เหอๆ)


 



 


  Royal Mail เลิกประท้วงแล้วล่ะ เหอๆ ดีใจด้วยนะคนอังกฤษ


 


พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะไปเที่ยวเมือง Bath ล่ะ นั่งรถไฟไปจากลอนดอน 1.30 ชม.ล่ะ ก็จัดว่าไม่ไกลนะ


 


ถ้าเพื่อนผึ้งโอเคก็คงไปกัน แต่จริงๆ ก็แอบขี้เกียจ เพราะว่าจะไปหาซื้อปริ้นเตอร์ ตอนแรกจะรอจากเพื่อนผึ้ง ไปๆ มาๆ เพื่อนผึ้งดันไปขายต่อคนอื่นแล้ว เลยต้องไปหาซื้อเลย รู้งี้ไม่รอซื้อซะตั้งนานแล้วก็ดีหรอก


 


 


 





วันที่20


 


วันนี้ไปเที่ยวเมือง Bath มา อยู่ทางตะวันตกของลอนดอน นั่งรถไฟไปประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่ไกลเนอะ (แต่ค่ารถไฟแพงอิ๊บอ๋าย 31 ปอนด์แน่ะ นี่แบบลดราคาแล้วนะ ถ้าราคาเต็ม 47 ปอนด์ ตายไปเลยค่ะ เดินไปดีกว่ามั้ย)


 


ก็นัดกัน 10 โมง ที่สถานีรถไฟ Paddington (เวลาจะขึ้นรถไฟไปที่ไหนในอังกฤษต้องเช็คก่อนนะค่ะว่าต้องไปขึ้นสถานีอะไร ไปแต่ละเมืองจะมีต้นทางไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนบ้านเราจะไปไหนก็ไปให้ถึงหัวลำโพงเป็นพอ)


อิสราก็แหกขี้ตาตื่นมา อาบน้ำ แต่งตัวแล้วก็รีบๆ ออกไปค่ะ ช่วงนี้อากาศหนาวแล้วด้วย แบบว่าอุณหภูมิประมาณสิบต้นๆ แล้ว (คืออุณหภูมิสูงสุดในแต่ละวัน แปลว่าตอนนั้นเช้าอยู่น่าจะไม่ถึง 10) ก็ยังอุตส่าห์ฟิตเดินเข้าเมือง จับเวลาอย่างจริงจังนับตั้งแต่เดินออกจากห้องก็ประมาณ 15 นาที เดินเข้าเมืองทุกวันก็เป็นการออกกำลังกาย (มั้ยอ่ะ)


ก็ไปถึงก็รีบขึ้นรถไฟ เดินไปหนาวๆ ก็เลยรีบๆ เดิน ไปถึงก็เหนื่อยกำลังได้ที่ ถามจนท.แถวนั้นว่ารถไฟขบวนไหนเข้าลอนดอน (มันมีสองสายที่เข้าลอนดอน) แล้วจนท.ก็ชี้ไปที่ขบวนนึง แล้วบอกว่ากำลังจะออกอยู่ทุกเมื่ออ่ะ วิ่งค่ะ อิสราวิ่งอีกแล้ว ขึ้นไปบนรถได้ที่นั่งปั๊บ นกหวีดเป่าเลย โฮ่.. เหนื่อย


นั่งๆ ชิลๆ ก็เข้ามาถึง ลอนดอน ตอน 10 โมงนิดๆ ผึ้งกับเพื่อนผึ้ง ชื่อพี่ป้อม ยังมาไม่ถึง อิสราก็เดินดูลาดเลาก่อน ว่ารถไฟมันออกกี่โมง ชานชลาไหน แล้วก็รอแป๊บนึง ผึ้งก้มา ก็ไปเข้าแถว ซื้อตั๋วก่อน เช้าวันเสาร์แบบว่าคนเยอะเหมือนกัน แล้วพี่ป้อมก็มาถึงตอนซื้อตั๋วพอดีเลย


ก็ซื้อตั๋วแบบกลุ่ม 3 คน ก็ได้ถูกกว่าราคาหน้าเวป (ที่แอบดูเมื่อคืน) นิดหน่อย แล้วก็รอรถไฟขบวน 11 โมงออก จริงๆ จะไปรอบ 10.30 ก็ได้ แต่ว่าตอนนั้นมันจะ 10.30 แล้ว ถ้าจะไปให้ทันต้องวิ่งไปขึ้นแล้ว รถไฟมันต้องเต็มแล้วแน่ๆ ขึ้นไป ไม่นั่งแยกกันก็ต้องยืนอ่ะ เลยรอขบวนต่อไปดีกว่า


ระหว่างรอก็ไปหาซื้อไรกิน มาแบบท้องว่างๆ ยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟกัน ที่นั่งบางอันบนรถไฟก็มีแบบว่าจองไว้แล้วด้วย เลยต้องนั่งแบบหันหลังอ่ะ ก็ไม่ได้เวียนหัวไรหรอก เพราะว่าหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จก็หลับค่ะ ฮ่าๆๆๆ อิสราหลับเกือบตลอดทางเลยอ่ะ ตื่นก่อนถึง Bath 1 ป้าย ฮ่าๆๆๆๆๆ


 


 


พอถึงก็เดินเข้าเมืองกัน จริงๆ มาแบบไม่รุ้นะว่าที่นี่มันมีอะไรดัง ไม่เคยมาที่นี่มาก่อนด้วย


 


เคยได้ยินชื่อครั้งแรกก็ตอนจะมาเรียนอ่ะ แล้วตอนนั้นก็คุยๆ กับเพื่อน เพื่อนก็เล่าๆ ว่ามีอยู่ 2 เมืองที่ไม่แนะนำให้ไปเรียน คือ University of Bath (รุ้สึกว่าจริงๆ จะชื่อ Bath and Spa ด้วย สถานีรถไฟก็ชื่อนี้) มันก็เหมือนว่าเรียนแล้วกลับไปจะไปสืบทอดกิจการอ่างของชูวิทย์มั้ยอ่ะ เหอๆ แล้วก็อีกที่นึงก็คือ Reading University ให้อารมณ์ว่าเรียนภาษามาชัวร์ มันอ่านว่า เรดดิ้งอ่ะ นะ แต่ว่าคนเห็นครั้งแรกก็อ่านว่า รีดดิ้ง กันทั้งนั้นอ่ะ


 


แต่ว่าทริปนี้เรามีไกด์มาด้วย เพราะว่าผึ้งเคยมาแล้ว อิอิ ผึ้งก็พาไปที่ Romans Bath คือว่า (คิดว่า) ที่เมืองนี้ชื่อว่า Bath เพราะว่ามันมีบ่ออาบน้ำของโรมันอยู่ที่นี่แน่ๆ


ตึกรามบ้านช่องแถวๆ นี้ก็ไม่เหมือนแถวลอนดอนนะ อาจจะแบบว่าเก่ากว่าหรือไรแบบนั้นอ่ะ แล้วก็เข้าไปในบ่อน้ำ


ก็เสียค่าเข้าราคานักเรียนไป 8.75 ปอนด์ ราคาเต็ม 11 กว่าๆ


 


 


จ่ายเงินเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์ ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่หรอก มันเหมือนโทรศัพท์อ่ะ แต่จริงๆ อัดเสียงบรรยายไว้ในนั้น ก็เป็นประดิษฐกรรมที่แปลกดีนะ แบบว่าประหยัดคน แล้วก็ไม่หนวกหูด้วยอ่ะ ใครอยากฟังก็กดฟัง ใครไม่อยากฟังก็ไม่ต้องกด แล้วก็เดินเข้าไปดู ทางเข้าแรกจะเป็นเหมือนชั้นสองอ่ะ บ่อน้ำจะอยู่ข้างล่าง บ่อก็ใหญ่นะ ประมาณ 1 สระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกอ่ะ คือมันเป็นเหมือนน้ำพุร้อนด้วยอ่ะ สมัยก่อน ก็คงมีคนมาแช่น้ำกันไรแบบนี้เลย ไอ่บ่อน้ำพุร้อนอ่ะ มันจะอยู่ด้านใน แล้วก็ให้น้ำไหลมาด้านนอก เห็นมีควันๆ ลอยๆ อยู่อ่ะ แต่ไม่ได้เอามือลงไปจุ่มนะ เห็นมันมีคราบๆ อ่ะ เลยไม่กล้า แล้วน้ำก็เขียวซะขนาดนั้น ไม่เอาอ่ะ เป็นหิดขึ้นมาจะซวย รพ. ที่นิ่ยิ่งไม่น่าไปหาอยู่ด้วย


แล้วก็... เดินๆ ถ่ายๆรูปๆ ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง (มาถึงวันนี้ก็ลืมไปหมดแล้วอ่ะ) เดินเล่นด้านบนไป ก็เข้าไปข้างในก็แบบว่ามีภาพจำลองของที่อาบน้ำ แบบเต็มๆ ที่เป็นโมเดลไม้อ่ะ ว่าสภาพในสมัยก่อนแบบสมบูรณ์ๆ คงเป็นแบบนี้ แล้วก็มีพวกหินๆ ที่ทำเป็นซุ้มประตู หรือว่าลายบนผนังแบบนี้อ่ะ ตอนที่ฟังนะ ก็เหมือนว่ามันจะนานมากแล้วที่นี่ แล้วแบบว่าพวกหินสลัก ที่แบบว่าแหว่งๆ ไปแล้ว ก็เหมือนว่าเค้าก็ไม่รู้กันหรอกว่าคืออะไรก็เดาๆ ว่าคือแบบนี้ๆ แล้วมีการทำรูปเติมที่แหว่งๆ ด้วยนะ แบบว่าเหมือนกับคงอาศัยข้อมูลหลากหลายแล้วก็ทำๆ แทรกๆ เข้าไปอ่ะ เหมือนกับว่าในสมัยโรมัน ทั้งที่นี่แล้วที่อิตาลี คงแบบว่ามีพวกประติมากรรม (เขียนยังไงอ่ะคำนี้??) แบบนี้เหมือนๆ กันมั้ง


 


ตอนเดินมาข้างในก็ได้ผ่านบ่อน้ำพุร้อน เห็นเลยว่าน้ำมันเดือดปุดๆ อ่ะ แต่ไม่ได้เหมือนแกงเดือดขนาดนั้นอ่ะ แค่แบบว่าใกล้ๆ จะเดือดมากๆ แล้ว


อ่อ แล้วก็มีแบบว่าเหมือนแรกๆ อ่ะ จะทำเพื่อพระเจ้าที่เป็นผู้หญิงอ่ะ ชื่อมิเนอร์ว่า อะไรซักอย่างเนี้ยแหละ แล้วไงก็ไม่รุ้กลายมาเป็นที่อาบน้ำ


มีพวกหินสลัก มีอันนึงอ่ะ เหมือนศิลาจารึกเลย มีสลักเป็นภาษาโรมันด้วยนะ ข้างในก็เป็นซากของด้านนอกที่อาบน้ำอ่ะ มันเหมือนจะเป็นลานกว้างๆ อ่ะนะ (ในสมัยก่อน สมัยนี้มันก็แค่หินๆ ซากๆ พังๆ ที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเหม็นอับๆ หน่อยๆ)


แล้วก็..เดินออกมาด้านล่างใกล้ชิดกับน้ำเขียวๆ นั่นมากขึ้น ก็ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ไปใช้ให้คนอื่นถ่ายรูปให้ จนได้รู้ว่ามหาลัยตัวเองก็พามาเที่ยวที่นี่วันนี้เหมือนกัน เหอๆ


 


ถ่ายรูปเสร็จก็เดินไปบ่อที่บอกว่าให้โยนเหรียญอธิษฐานได้ ก็โยนไปเหมือนกันพอเป็นพิธี (จริงๆ ฝรั่งบอกว่าการโยนเหรียญในบ่อน้ำ บ่อน้ำพุ เหมือนจะเป็นการขอให้ได้กลับมาที่นี่อีก ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า เพราะว่าเคยไปโยนที่บ่อน้ำพุร้อนที่ระนอง ตอนที่พ่อกับแม่พาไปเที่ยวตอนเด็กๆ แล้วจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้กลับไปอีกเลย


 


แล้วก็เดินทั่วแล้วล่ะ หมดทุกห้องแล้ว ก็ออกไปข้างนอก ไปเดินในเมืองหาไรกิน แล้วพี่ป้อมก็เดินหาพวกของที่ระลึกของเมืองนี้ ก็ไปได้หนังสือเรื่องเมืองนี้มา พี่เค้าก็เปรี้ยวเลือกภาษาเยอรมันมาอ่าน บอกว่าอยากฟื้นฟูภาษา อิอิ


 


ตอนที่ฟังโทรศัพท์เรื่องบรรยายบ่ออาบน้ำ พี่ป้อมบอกว่าเหมือนฟังข้อสอบไอเอลท์เลย อืมก็เห็นด้วยนะ แบบว่าพูดช้าๆ ชัดๆ แล้วเรื่องที่ฟังก็ประมาณนี้อ่ะ เรื่องประวัติศาสตร์บ้างอะไรบ้าง แบบว่าตลกดีอ่ะ


ชีวิตจริงๆ คนอังกฤษมันไม่ได้พูดช้า แล้วก็สำเนียงดีขนาดนี้อ่ะ เหอๆ จริงๆ ข้อสอบไอเอลท์มันควรจะพัฒนาได้แล้วนะ ในเมื่อคนในอังกฤษมันไม่ได้เป็นเชื้อสายอังกฤษทั้งหมดแล้วอ่ะ อย่างน้อยแขกอินเดียก็ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของคนอังกฤษแล้วนะ หรือว่าเกินก็ไม่รุ้


 


ตอนนั้นก็เป็นเวลาสี่โมงแล้ว ก็กลับมาลอนดอน ขากลับอิสราก็หลับตลอดทางอีกแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆ ตื่นมาตอนประมาณ 3 สถานีก่อนถึงลอนดอนค่ะ ก็นั่งคุยๆ กัน


 


 


ทั้งพี่ป้อม และผึ้งจะกลับบ้านแล้วอ่ะ วันที่ 31 นี้ กลับไฟลท์เดียวกันด้วย แต่ว่าผึ้งนั่ง business พี่ป้อมไป economy เหงาแน่ๆ ถ้าผึ้งกลับไปแล้วอ่ะ เหอๆ ไม่อยากจะคิด


กับเพื่อนๆ ที่เรียน ยังไม่ค่อยได้อะไรกับใครเท่าไหร่เลย มันรู้สึกๆ นิดๆ แหละว่าไม่ค่อยได้แก๊ปเดียวกันอ่ะ กับรุ้งก็นะ เหอๆ ได้แค่นี้แหละ กินข้าวเป็นบางมื้อพอ จะไปไหนด้วยกันคงไม่ไหว เหอๆ


 


ก็ดูๆ กันต่อไปว่าผึ้งกลับไปแล้วจะเป็นยังไง


 


 


 


วันที่21


 


วันนี้ก็ไปซื้อปริ้นเตอร์มาล่ะ เหอๆ ก็แบบว่าเป็น HP C3180 กำลังลดราคาอยู่ จาก 60 เหลือ 40 แล้วก็ซื้อสาย usb มาต่อด้วย


ก็เพิ่งรู้ว่า printer แบบ All in one มันใช้สาย usb ต่อ ไปซื้อที่ร้านแบบว่าเปิดแคตตาลอคซื้อของด้วยอ่ะ มันชื่อว่า Argos ขายของไม่แพง แล้วก็มีของทุกอย่างให้เลือกสรร แต่เสียอย่างว่ามันไม่มีคนขาย คือว่าจะถามว่าใช้ยังไง รุ่นไหนดีไม่มีไง แต่ว่าเราฉลาด เราไปดูลาดเลาร้านที่ขายเครื่องไฟฟ้า แบบมีคนขายมาก่อนแล้ว ถึงได้รู้ว่ามันใช้ usb ต่อ ตอนมาซื้อ ที่ Argos ก็เลยไม่ลืมซื้อ usb มาด้วย


 


มาถึงก็ลองปริ้นท์บทความสำหรับอาทิตย์นี้ก่อนเลย แต่ยังไม่มีกระดาษ แล้วด้วยความงก บวกกับขี้เกียจออกไปอีกรอบ ก็เลยปริ้นท์มันกับกระดาษเอ4 ที่ใช้จดเลกเชอร์อ่ะ แต่เหมือนเครื่องมันรู้อ่ะว่ากระดาษไม่ใช่สำหรับพิมพ์งานก็เลยหากระดาษไม่เจอ ปริ้นท์ไปได้ครึ่งนึงแล้ว เลยต้องเดินออกมาซื้อกระดาษในที่สุด 1 ห่อ 280 บาท จะเป็นลม แพงไปไหนเนี้ย ไม่ใช่ double a ด้วยนะ แพงๆๆๆๆ


 


กลับมาห้องก็ปริ้นท์ต่อ ที่นี้สั่งแบบว่าปริ้นท์สองหน้า แต่ว่ามันไม่พลิกกระดาษให้อ่ะ ต้องพลิกเอง แล้วก็ฉลาดไง พลิกท่าไหนไม่รุ้อ่ะ กลายเป็นกลับหัวกลับหางอ่ะ นึกออกป่าวอ่ะว่าด้านนึงหัวไปทาง อีกด้านหัวไปอีกทางอ่ะ


ยังดีว่าฉลาดได้พลิกแล้วปริ้นท์ทับของเดิมออกมานะ เฮ้อ~     เซ็งเนอะ ฉลาดได้ขนาดนี้


 


ที่นี้เวลาจะอ่านก็ต้องพลิกไปพลิกมาให้ลำบากอีก เฮ้อ....


 


มันแถมกระดาษอัดรูปมาให้ด้วยก็ลองปริ้นท์เล่นๆ ดู ก็ออกมาเกือบดีนะ (ตอนสั่งปริ้นท์ใส่กระดาษผิดด้านอีก รูปแทนที่จะออกมาทางด้านกระดาษเงาๆ ดันออกมาทางด้านที่เขียนว่า HP Photo Paper บ้าบอไม่รู้อ่ะ เหอๆ)


 


แบบว่าไม่ค่อยละเอียดมากหรอก แต่ว่าดูไกลๆ ก็ไม่เห็นว่ารูปมันไม่ชัดอ่ะ เกือบๆ จะเหมือนรูปที่ไปล้างที่ร้านแล้วล่ะ อีกนิดนึงอ่ะ


Up diary Me in Bath before the big adverture!!!

วันที่ 17


 


โย้วๆๆๆ หายไปหลายวัน คิดถึงกันบ้างมั้ย?? (ไม่เห็นมีใครทวงเลยว่าทำไมไม่เขียนต่อ)


 


จริงๆ หายไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่แบบว่า... ขี้เกียจ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ


 


 


วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีเรียนตอนเช้าแล้ว วิชาเช้าวันจันทร์ย้ายไปวันพุธเช้าแทน ก็เลยว่าง ก็เม้าท์ (แชท) กับเพื่อนๆ เรื่องที่ดงบังชินกิมาไทย เพื่อนไปดูกันมากมายหลายคน ฝนก็ตกฟ้าก็ร้องแต่เพื่อเทพ ไม่มีใครหวั่น (แม้วันมามาก) นั่นแหลๆ เพื่อนก็เล่าๆ หล่องั้นหล่องี้ มีรูปเริปก็ส่งมาให้ดูกัน เม้าท์กันกระจายเล่นเอาข้าพเจ้าเกือบลืมเวลาไปเรียน วิ่งออกจากหอไปตอน 11.55 ได้ข่าวว่าเรียนเที่ยง วันนี้หมวยไม่มาตามด้วยอ่ะ เลยแบบว่าแชทเพลิน


วิ่งไปเรียนก็โทรไปหาเบนก่อนให้จองที่นั่งให้ด้วย เอาริมๆ เพราะว่าไปสายชัวร์


 


วิ่งตะล๊อกต๊อกแต๊กมาจนถึงห้องเรียนเล่นเอาเหงื่อแตกเลยอ่ะ แล้วก็แบบว่าอาจารย์ยังไม่มา เหอๆ จะมาช้าก็ไม่บอกจะได้ไม่ต้องวิ่ง อาจารย์มาช้าไป เกือบ 15 นาทีได้นะ รู้งี้เดินมาชิวๆ ก็ถึงก่อนอาจารย์แล้ว


 


เรียนๆ ไปก็มึนๆ หน่อย วันนี้เรียนไฟแนนซ์แขกก็ฟิตสอนใหญ่เลยอ่ะ จดมาได้ตั้งหลายหน้า แล้วก็.. เรียนเสร็จก็กลับมาห้อง


 


จี๊ปน้องคนไทยอีกคนอ่ะ ไม่สบาย วันอาทิตย์ก็บ่นๆ ว่าปวดท้อง ปรากฏว่าวันนี้ (วันจันทร์) ไปเรียนกลับมาก็บอกว่าปัสสาวะเป็นเลือด ตกใจกันมาก ก็แบบว่าปลอบๆ ว่าเช้าแล้วค่อยไปหาหมอไรงี้อ่ะ เพราะว่าตอนนั้นมันก็เย็นแล้ว ก็ถามๆ ว่าปวดท้องแบบไหน ไรงี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรไง (แต่ว่าตอนนี้รู้แล้ว หมอบอกว่ากระเพราะปัสสาวะติดเชื้อ จริงๆ ก็เหมือนหมอก็เดาๆ ว่าเป็นแบบนั้น เพราะว่าตรวจฉี่กับจับท้องแล้วมันไม่เจ็บ ก็เป็นอันว่าเอายาแก้อักเสบมากินเพิ่ม)


 


วันจันทร์ก็ผ่านไป


 


อ่อ ไม่ผ่านไปเปล่าๆ แอบไปถอยมือถือมาอ่ะ คือว่าอย่างที่บอกว่าที่นี่ถ้าทำสัญญากับค่ายมือถือเป็น 12 เดือน หรือว่า 18 เดือนก็จะได้เครื่องมาใช้ด้วยเลย ก็เลยลังเลไง เพราะว่าเอามาแต่ซิม ก็เสีย 20 ปอนด์ต่อเดือน ถ้าเอาเครื่องด้วยเสีย 25 เองอ่ะ เพิ่มมาเดือนละ 5 ปอนด์ ได้มือถือใหม่อ่ะ เหอๆ ความงก (บวกความอยากได้โทรศัพท์) เข้าครอบงำ ก็เลยเข้าเมืองไปถอยมาเลย ก็เป็น O2 รุ่น Cocoon เพิ่งออกได้ไม่นาน สีขาว รายละเอียดรุ่น และหน้าตาโทรศัพท์ เชิญจิ้ม http://www.siamphone.com/catalog/o2/cocoon.htm


 


 


เป็นไง สวยเนอะ อิอิ


 


กลับมาห้องก็ไปเรียนภาษาอังกฤษไวยากรณ์อ่ะ ก็น่าเบื่อนิดหน่อย แต่เรียนเรื่อง a, an, the (ครูค่ะ ทำไม an ไม่มีตัว d ล่ะค่ะ??) ก็ยากอ่ะเรื่องนี้อ่ะ แบบว่าเรียนมากี่ปีก็ยังทำแบบฝึกหัดไม่ถูกทั้งหมดอ่ะ เหอๆ เรียนเสร็จกลับมาห้องก็อ่านบทความต่อ หินมากเลยอ่ะ บทความอาทิตย์นี้ต้องอ่านสองบทความ แล้วก็อ่านไม่รู้เรื่องด้วย มันยากอ่ะ


 


คราวที่แล้วอ่านจบนะ เพราะว่าสั่งอันเดียว แต่ว่าอาทิตย์นี้สั่งสองอันแล้วแบบว่ายากอ่ะ อ่านไม่ทันแน่ๆ (วันนี้ไปเรียนมาแล้ว อ่านไม่ทันจริงๆ ด้วย)


 


วันอังคาร


 


ก็ไม่มีอะไรมากก็ไปเรียนกับกรีก กรีกก็สั่งงานแล้ว เพราะว่าอีก 5 อาทิตย์จะมีสัมมนาวิชาของกรีกแล้ว ก็ให้ไปเตรียมๆ มาว่าต้องทำอะไรบ้าง


 


แล้วก็ไปเรียนภาษาอังกฤษมาด้วย เรียนเรื่องการเขียน ก็สอนๆ อ่ะว่าจะต้องร่างเตรียมเรื่องที่จะเขียนยังไงไรแบบนี้อ่ะ


 


แล้วก็เร่งๆ อ่านบทความ


 


วันนี้ วันพุธ วันเรียนสุดท้ายของสัปดาห์นี้


เช้ามาก็รีบไปเรียนเลย แบบว่าตื่นเกือบสายด้วยอ่ะ เพราะว่านอนดึกอ่ะ เร่งอ่านไอ่บทความอ่ะ


 


คือว่าอ่านช้าอ่ะ อ่านไม่เข้าใจเลยอ่ะ เห็นแต่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษผ่านหน้าไป อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่ามันยังไงกันหรอ แบบว่าที่เคยช่วยเพื่อนแปลอ่ะ มันยังสั่นกว่านี้เลยอ่ะ แล้วอ่านของเพื่อนนะ ขนาดเป็นเรื่องแบบว่าวิทยาศาสตร์นะ ยังพอเข้าใจเห็นภาพบ้างอ่ะว่ามันหมายถึงอะไร แต่นี่อ่านเรื่องที่ตัวเองต้องเรียนวิชา HRM เนี้ย ไม่เห็นจะเข้าใจ นึกภาพตามไม่ออกเลยอ่ะ


อ่านไม่รู้เรื่องอ่ะ ว่างั้นเหอะ ก็สรุปๆ ออกมานะ แต่ก็แบบไม่รู้เรื่องไง อ่านแล้วเห็นเป็นจุดๆ ในหัวอ่ะ ประเด็นนั่นประเด็นนี้ แต่ว่าไม่เข้าใจประเด็นนั้นๆ เลยอ่ะ


 


วันนี้ไปเรียนก็วิชาตอนบ่ายไม่มีคนมาสอน อืม ดีเนอะ วิชานี้ Dissertation มันก็เหมือนๆ จะหาวิทยากรมาจากหลายๆ สาขาอ่ะ เตรียมตัวพวกเราให้พร้อมกับการทำ Dissertation


อ่อ เล่าหน่อยว่าวิชาตอนเช้าอ่ะ มันคือวิชา Practice and Theory แล้วทุกทีอ่ะก็คือว่าอาจารย์อ่ะ ก็ไม่ค่อยเห็นจะเข้าเรื่องนี้เท่าไหร่เลยนะ ออกแนวๆ เรียนปรัชญามากกว่า วันนี้เปลี่ยนแนวเป็นวิชาการแสดงแทน อาจารย์พูดถึงเรื่อง Injustice แล้วก็ให้จับกลุ่มเล่ากันว่าเรื่องที่ไม่แฟร์ (Injustice) ที่เกิดขึ้นกับตัวเราอ่ะมีไรบ้าง ให้เวลาคุยกัน คุยกันเสร็จอาจารย์ก็ขออาสาสมัครให้ไปเล่าหน้าห้องบรรยาย จุคนได้ประมาณ 500 อ่ะ ก็มีแขกออกไป


มันก็เล่าฮาๆ อ่ะนะว่ามันไปทำงานที่ซุปเปอร์แล้วทำงานกะกลางคืนพวกจัดของใส่ชั้นอ่ะนะ แล้วก็มีคนสูบบุหรี่ในที่ทำงาน ทำให้โดนไล่ออกกันหมดเลย มันก็เล่าแค่นี้อ่ะ แล้วอาจารย์ก็ขออาสาสมัครอีกให้ไปเล่นละครเหตุการณ์สมมติเรื่องวันที่ไอ่แขกนี่โดนไล่ออกจากงาน ก็มีเพื่อนๆ มันอ่ะแหละที่ออกไปแล้วก็เล่นๆ ไป เล่นไปเล่นมาไอ่แขกมันก็บอกว่าคนที่สูบบุหรี่อ่ะมันเอง (แล้วมาเล่าตอนแรกซะเหมือนจะน่าสงสารเลย) ก็เล่นกันขำๆ ฮาๆ ไป อาจารย์ก็แบ่งๆ แถวในห้อง ให้ช่วยๆ กันแนะนำว่าจะพูดยังไงไม่ให้โดนไล่ออก ไรแบบนี้อ่ะ


 


ก็ยังงงๆ อยู่นะว่ามันเกี่ยวกับวิชานี้ยังอ่ะ แต่ว่าก็เป็นวิชาที่ไปเรียนแล้วสนุกดี


 


เล่าข้ามมาตอนบ่ายเลยนะ วิชา HRM (วิชานี้เป็นวิชาเดียวที่เรียนแล้วเหมือนได้เรียน) อาจารย์ก็สอนก่อน ที่จะให้แบ่งกลุ่มไปอ่านกรณีตัวอย่างแล้วก็ให้ถกกันว่าบทความที่ให้อ่านไปสองอันอ่ะ จะเอาไปใช้ยังไงได้บ้าง งานนี้พวกเราคนไทย (วันนี้มาเรียน 4 คน) ตัดสินใจว่าเพื่อความอยู่รอดของกระเหรี่ยงแล้ว เราควรแยกย้ายกันไปอยู่กับเจ๊กกับแขกจะดีกว่า เพราะว่าไม่มีใครอ่านรู้เรื่องเลย บางคนก็อ่าน บางคนก็ไม่อ่าน แบบว่าแย่ไม่ต่างกัน


ก่อนจะแยกย้ายกันไป อาจารย์ก็ให้ดูข่าวจากบีบีซี เรื่องที่มีคนตายเพราะว่าไปรักษาตัวที่รพ. แล้วไปโดนแมลง แบบพวกตัวไร ไรงี้อ่ะมั้งกัดแล้วตายอ่ะ เป็นคนแก่ซะส่วนใหญ่อ่ะ ดูข่าวก็กลัวแล้วใช่ป่ะ


อ่านกรณีตัวอย่างที่อาจารย์ให้มาน่ากลัวกว่าอีกอ่ะ คือนักข่าวบีบีซีคนนึงอ่ะ ปลอมตัวไปเป็นคนทำความสะอาดในรพ. (ไม่รู้ว่าอันนี้กับข่าวที่ให้ดูมันเกี่ยวกันรึเปล่านะ) แล้วก็ไปเห็นว่าคนทำความสะอาดในรพ.อ่ะ ซกมก แบบว่าทำไม่สะอาดเลย แล้วก็มีพวกคราบเลือดเกรอะกรังในห้องฉุกเฉิน (อย่าเพิ่งอ้วกนะ) แบบชุดหมอเปื้อนเลือดวางที่ไว้ตามทางเป็นชม.ๆ ไรงี้อ่ะ แล้วก็แบบอะไรที่มันสกปรกๆ อ่ะ อ่านแล้วแบบถ้าไม่จะตายนะ จะไม่ไปเหยียบรพ.ที่ประเทศนี้เด็ดขาดอ่ะ มันไม่ไหวอ่ะ มันประเทศเจริญแล้วนะ ทำไมมันซกมกกันงี้อ่ะ แล้วแบบว่าคนไปรักษาตัวที่รพ. แล้วได้แมลงอะไรไม่รุ้กลับมา แล้วตายอ่ะ ไม่ได้อยู่อูกันด้านะเฟร้ย นี่มันประเทศอังกฤษนะ ประเทศที่แบบว่าเจริญแล้วพัฒนาแล้ว แล้วก็ยังแบบว่ามีอาณานิคมมากมายก่ายกองอีกอ่ะ โอ้ยยยยยย บรื๋อออออ รับไม่ได้


 


อืม นั่นแหละ กลับมาเรื่องเรียน คราวนี้กลุ่มที่จับมีฝรั่งกับแขก (ตราบใดที่ยังเรียนที่นี่คงหนีแขกไม่พ้น) พอได้ถกกันแล้วก็ดีขึ้นนะแบบว่ามันทำให้จุดๆ ในหัวมันปะติดปะต่อกันมากขึ้นอ่ะ ก็ทำให้เห็นภาพอะไรมากขึ้น เรียกว่าเริ่มๆ เข้าใจเรื่องที่อ่านไปแล้วอ่ะ


 


เพิ่งรู้ว่าการถกเถียงกันบางครั้งมันก็ทำให้คนที่ไม่ค่อยมีปัญญาได้เห็นปัญญาขึ้นมาบ้าง






วันที่ 19


 


เมื่อวานวันที่ 18 ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็นั่งว่างๆ ล้างห้องน้ำ แล้วก็เข้าเมืองไปซื้อของกินมา


 


ตอนนี้ติดน้ำเต้าหู้ล่ะ น้ำเต้าหู้ที่นี่นะ ไม่มีกลิ่นเลยอ่ะ แล้วก็แบบว่าไม่ใส่น้ำตาลเลย


กินแล้วเหมือนกินนมอ่ะ แต่ว่ารสมันก็ไม่เหมือนนมเท่าไหร่ ว่าจะกินแทนนมเลยนะ แต่ว่าติดที่มันแพงกว่านมอ่ะ แบบนมปอนด์เดียว น้ำเต้าหู้ก็จะสองปอนด์ไรงี้


แต่ว่ากะว่าจะลองซื้อ House Brand พวกยี่ห้อเทสโก้มากินดูอ่ะ ถ้ารสชาติไม่เลวร้ายมากก็จะเปลี่ยนมากินยี่ห้อนี้ล่ะ ก็มันอร่อยกว่ากินนมอ่ะ คงเบื่อนมแล้วด้วยล่ะมั้ง


 


วันนี้ก็ไปหาผึ้งมา ไปกินข้าวแล้วก็ไปเดินไชน่าทาวน์ วันนี้ผึ้งพาไปร้านอาหารเกาหลี ก็ไม่แพงนะ จานละ 5-6 ปอนด์ ราคาโรงอาหาร (อะไรที่แพงกว่าโรงอาหาร จัดว่าแพง อะไรที่ราคาเท่ากับโรงอาหารถือว่าไม่แพง) ก็เป็นแบบร้านอาหารเกาหลี + ญี่ปุ่น


ผึ้งสั่งที่มันเป็นแกงร้อนๆ เผ็ดๆ หน่อย แอ๋สั่งทงคัตสึ ไม่กล้ากินอ่ะ อาหารเกาหลี เพราะว่ามันดูแบบว่ามีของดองๆ อ่ะ ไม่ชอบ